rainyfone

194 Added | 9 Magazines | 2 Followers | @rainyfone | Keep up with rainyfone on Flipboard, a place to see the stories, photos, and updates that matter to you. Flipboard creates a personalized magazine full of everything, from world news to life’s great moments. Download Flipboard for free and search for “rainyfone”

My Cooking School 101 Ep13 : Thick Soup1

เหตุเกิดเมื่อพ่อของลูกเคยให้ลูกชิม Caramel Popcorn ครั้งนึง แล้วยังไงหรอคะ ลูกก็ติดใจสิคะ แม่ไม่รอช้าจะเดินไปซื้อแต่คุณพระ ราคามันซื้อของเล่นให้ลูกได้หลายอย่างทีเดียว ไม่ได้การ แม่อย่างเราต้องคิดหาสูตรมาทำกินเองดีกว่า ทั้งประหยัดและหวานน้อยด้วย ถ้าตัวเล็กบ้านไหนไม่แพ้ถั่ว ก็สามารถใส่ถั่วเข้าไปในสูตรได้นะจ๊ะ ว่าแล้วก็มาทำกินกันเต๊อะ:) วิธีทำ 1. ใส่น้ำมันรำข้าวลงไป คั่วป๊อปคอร์นด้วยไฟกลาง พอได้ยินเสียงเปาะแปะก็เริ่มเขย่าเรื่อยๆ ตักใส่ชามใหญ่ๆ พักไว้จ๊ะ 2. ใส่เนย น้ำตาล เกลือ ลงไปในหม้อ คนให้เข้ากันจนเดือด 3. จากนั้นใส่ Baking Soda ลงไป คนให้เข้ากันด้วยความเร็วแสง คาราเมลจะดูฟูๆ นิดนึงนะอย่าได้ตกใจไป ถึงขั้นตอนนี้ลูกร้องไห้ไปละนึกว่าแม่ทำไหม้ แต่ไม่ไหม้นะจ๊ะ 4. เทคาราเมลลงไปในชามที่มีข้าวโพดคั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน แต่ดิฉันไม่สามารถคลุกให้เข้ากันได้เพราะลูกร้องงอแงไม่ไหวแม่ต้องรีบ 5. เทข้าวโพดลงไปในถาด เอาเข้าเตาอบด้วยไฟ 90-95 องศาเซลเซียส ประมาณ 40-50 นาที ระหว่างนั้นหมั่นเอาออกมาคลุกให้คาราเมลเคลือบข้าวโพดให้ทั่ว วิธีนี้จะทำให้ข้าวโพดกรอบและไม่เหนียวติดฟัน พอเสร็จแล้วก็รอให้เย็นนิดนึงเนอะ ไม่งั้นจะลวกปากทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนที่เกิดขึ้นกับพวกเรา^^; Bon appétit! ป.ล.ชอบหวานมากน้อย จะใส่ถั่วหรืองาดำลงไป ปรับสูตรให้ถูกใจตัวเล็กกันได้เลยน๊า:)

ทำไม่ยาก ตัวเล็กชอบมากค่า:)

หัวใจของพ่อแม่ทุกคนในโลกนี้ พูดภาษาเดียวกันคือรักลูก อยากให้ ลูกรู้ว่าลูกเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ทุกอย่างที่ทำเพื่อให้ลูกมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องมากเกินไป น้อยเกินไป ยืนหยัดอยู่หรือเดินจากไป ทำด้วยเจตนาที่ดีที่สุดสำหรับลุกทั้งนั้น พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลุกรู้ว่าลูกเป็นที่รัก เกิดมาจากความรัก ถูกรัก ไม่ว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอย่างไร ให้ลูกได้ให้อภัย “มองเห็นความรัก สิ่งดีดีที่พ่อแม่มอบให้ เพื่อที่ลูกจะรู้ว่าตัวเองเป็นที่รักอย่างแท้จริง และหยุดวิ่งตามหารักต่อไป เพราะหากลูกไม่สามารถเห็นความรักที่จริงแท้ของพ่อแม่ได้ ลูกก็ไม่สามารถเห็นความรัก ความดีงาม สิ่งดีงาม ที่อื่นได้เช่นกัน การเห็นว่าเราเป็นที่รักของพ่อแม่ ทำให้เราเห็นสิ่งดีงามที่มีอยู่เต็มโลก เคล็ดลับความรักความสำเร็จที่สำคัญอยู่ตรงนี้” ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต -------- มาเรียนเข็มทิศความสุขความสำเร็จ Wealth and Happiness วันที่ 21 - 22 มีนาคม 2558 โทร 086 745 1777, 086 745 9777, 086 745 0777, 086-664-8870 เวลาสำคัญเปลี่ยนชีวิต

New Products!! Hands Print Art Frame Size S (45cm x 35cm) 750 - Size L (70cm x 50cm ) 1150 -

Color Mixing Kids Activities

Kids love to explore color mixing, and so I am always looking for more activities that can allow them to explore new colors. When you first hear the …

Audio Mixing

Check out this simple but fun idea for ice painting with kids! http://teaching2and3yearolds.com/ice-painting-for-kids/

ฟินอ้ะ!! เหมียวชวนทำ ‘ไอติมชาเขียวถั่วแดง’ หวานฉ่ำใจแบบญี่ปุ่น แต่ราคาไม่แพง | CatDumb.com - แคทดั๊มบ์ดอทคอม

สำหรับเมนูขนมจากประเทศญี่ปุ่นที่ถูกปากถูกใจคนไทยแล้ว นอกจากขนมโมจิที่เคี้ยวสนุกหนึบหนับ ก็ยังมี ‘ไอติมชาเขียวถั่วแดง’ …

National Geographic (@natgeo)

Free Crochet Pattern...Sorbetto Baby Blanket & Play Mat!

The Sorbetto Blanket and Play Mat is lofty, squishy, and lots of fun! This blanket is designed to grow with baby, serving as a cozy covering in the …

Sensory Bag for Baby

Sometimes it’s hard to come up with sensory play for babies, but I am so excited about this project!! I saw this post for sensory bags quite awhile …

Learn letter sounds with this fun I-Spy game! http://theimaginationtree.com/2013/11/phonics-spy-discovery-bottle.html This is Phonics Week here on The Imagination Tree! Be sure to like, comment or share your favourite posts to let FB know you want to keep seeing more. Thanks <3

No-Bake S'Mores Cheesecake. Need we say more? Get the recipe now from Refinery29: http://shout.lt/rB43

Gossip Moms

มีเมนูตัวเล็กมาฝากอีกแล้วจ้า เมนูมื้อนี้คือ ข้าวผัดปลาแซลมอน+ผักนานาชนิด (ทีมีในตู้เย็น) ส่วนผสม: ข้าว ปลาแซลมอน บล็อกโคลี่หั่นเต๋า แครอทหั่นเต๋า มันฝรั่งหั่นเต๋า ไข่ น้ำมันรำข้าว 1. ใส่น้ำมันรำข้าวลงในกระทะ 2. พอร้อนแล้วก็ใส่แครอทกับมันฝรั่งลงไปผัดจนสุก 3. จากนั้นใส่บล็อกโคลี่กับปลาแซลมอนลงไปผัด 4. ใส่ไข่ลงไปผัดและตามด้วยข้าว 5. พอทุกอย่างเข้ากันดี ให้แยกส่วนของลูกไว้ในถ้วยในปริมาณที่ลูกกินหมด จากนั้นก็เป็นส่วนของเราแล้วค่ะ ใส่พริกลงไปเลยตามชอบใจ แล้วก็ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว พริกไทย ผัดๆ แล้วก็ตักใส่จาน **พอทุกอย่างพร้อมก็กินพร้อมลูกเลยค่ะ การที่เราปรับเมนูลูกให้ตัวเราเองกินได้ด้วย นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังทำให้ลูกกินเยอะขึ้นด้วยนะคะ เพราะเขาชอบกินพร้อมเราและกินอาหารอย่างเดียวกับเรา ที่ระวังอย่างเดียวคือ อย่าป้อนผิดจานเป็นจานที่ใส่พริกไปนะคะ^^; ปล. เนื้อสัตว์สามารถเปลี่ยนเป็นปลาชนิดอื่นหรือจะเป็นหมูหรือไก่ก็ได้นะจ๊ะ และถ้าตัวเล็กยังมีฟันไม่เยอะ คุณแม่สามารถนำข้าวผัดไปปั่นให้ละเอียดกว่านี้ได้ค่ะ:)

Don't forget to do one happy thing today :)

Roundfinger

อย่าเสียเวลาปรับทุกข์กับอดีตนานนัก<br>เพราะคุณจะไม่มีเวลาหารือกับอนาคต

"@Pariwat: สูงเท่านี้ ควรหนักเท่าไร แล้วถ้าเกิน รูปร่างคุณจะเป็นเช่นไร ขอบคุณ @SithPerse สำหรับรูปสวย ๆ จ้า #if816 http://t.co/ySnP2R5wR1"

[infographic] วิธีซื้อ ads บน Facebook ฉบับละเอียดสำหรับแอดมินมือใหม่

กำลังมองหาวิธีโปรโมตเพจใหม่อยู่หรือครับ แอดมินมือใหม่? ลองสำรวจ infographic จากบริษัทมาร์เกตเตอร์ฝรั่งเศส Facebook Preferred Marketing Developer 909c …

[infographic] พฤติกรรมผู้บริโภคและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำอีเมล์มาร์เกตติ้ง

Supang Uruwat

#ข้อคิดดีๆสำหรับชีวิตคู่ หลังงานแต่งงานของคู่สมรสใหม่ มารดาเจ้าสาวได้มอบสมุดบัญชีธนาคารเปิดใหม่ มีเงินฝาก 1,000 เหรียญ พร้อมกล่าวว่า “ลูกรัก เก็บสมุดบัญชีนี้ไว้สำหรับบันทึกการใช้ชีวิตคู่ของลูก เมื่อไรก็ตามที่ลูกทั้งสองมีความสุข หรือ มีเหตุการณ์ที่ควรค่าแก่การจดจำเกิดขึ้น ให้ลูกนำเงินจำนวนหนึ่งมาเข้าบัญชีนี้ พร้อมกับบันทึกไว้เพื่อเตือนความจำว่าเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับอะไร ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ก็ให้เพิ่มจำนวนเงินที่ฝาก แม่ขอเป็นคนแรกที่เริ่มต้นความทรงจำนี้ในวันแต่งงานของลูก ที่เหลือขอให้ลูกทำร่วมกันกับสามีของลูก ถ้าลูกได้กลับมาเปิดดูสมุดบัญชีเล่มนี้ดูอีกครั้ง ลูกจะรู้สึกได้ถึงความสุขต่างๆที่ลูกทั้งคู่ได้ผ่านกันมา" เจ้าสาวเล่าเรื่องนี้ให้สามีของเธอฟัง ทั้งสองไม่รีรอที่จะทำตามคำแนะนำของมารดา ต่อไปนี้คือสิ่งที่บันทึกในสมุดบัญชี 7 กพ. ฉลองวันเกิดของบ๊อบครั้งแรกหลังแต่งงาน ฝากเงิน 100 เหรียญ 1 มีค. เจนได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ฝากเงิน 300 เหรียญ 20 มีค. ลาพักร้อนไปเที่ยวบาหลี ฝากเงิน 200 เหรียญ 15 เมย. เจนตั้งครรภ์ ฝากเงิน 2,000 เหรียญ 1 มิย. บ๊อบได้เลื่อนตำแหน่ง ฝากเงิน 1,000 เหรียญ และอื่นๆอีกหลายต่อหลายครั้งของการฝากเงินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่น่าจดจำ เวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองเริ่มทะเลาะและขัดแย้งกัน แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ค่อยพูดจากัน และรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจผิดที่แต่งงานกัน ทั้งคู่รู้สึกว่าไม่มีความรักต่อกันอีกแล้ว วันหนึ่งหญิงสาวพูดกับมารดาว่า “แม่คะ หนูจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว หนูจะหย่า หนูนึกไม่ออกจริงๆว่า ทำไมตอนนั้นหนูถึงตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ได้” มารดาตอบว่า “ถ้าลูกทนไม่ได้แล้ว ก็จงทำตามที่ลูกต้องการเถิด แต่ก่อนอื่น ลูกต้องทำสิ่งหนึ่งเสียก่อน ยังจำสมุดบัญชีที่แม่มอบให้ลูกในงานแต่งงานได้ไหม จงไปปิดบัญชี แล้วนำเงินออกมาใช้จ่าย ลูกไม่ควรเก็บความทรงจำที่เลวร้ายของชีวิตแต่งงานเอาไว้” หญิงสาวเห็นด้วย จึงไปที่ธนาคาร ระหว่างรอคิวเพื่อปิดบัญชี เธอก็อ่านสิ่งที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่เธออ่าน อ่าน และอ่าน ความทรงจำที่มีความสุขก็หลั่งไหลกลับมา หญิงสาวน้ำตานองหน้า ออกจากธนาคาร แล้วกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน เธอส่งสมุดบัญชีให้สามี และบอกเขาให้ไปถอนเงินออกมาก่อนที่จะหย่ากัน วันรุ่งขึ้นเขาจึงไปธนาคาร ระหว่างรอคิวเพื่อปิดบัญชี เขาก็อ่านสิ่งที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่เขาอ่าน อ่าน และอ่าน ความทรงจำที่มีความสุขก็หลั่งไหลกลับมา ชายหนุ่มน้ำตาเอ่อคลอ ออกจากธนาคารแล้วกลับบ้าน เขามอบสมุดบัญชีคืนให้กลับภรรยา เธอเปิดดูพบว่า มีเงินฝากเพิ่มขึ้นอีก 5,000 เหรียญ และมีลายมือบันทึกไว้ว่า “วันนี้เป็นวันที่ผมรู้แล้วว่า ผมรักคุณมากเพียงใดตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมีความสุขมากแค่ไหนที่มีคุณอยู่เคียงข้างมาตลอด” ทั้งสองกอดกันและร้องไห้ร่วมกัน หลังจากนั้นก็นำสมุดบัญชีกลับไปเก็บไว้ในตู้เซฟดังเดิม เครดิต : Learning Petals

เดี๋ยวนี้โรคสมองเสื่อมไม่ได้มีแต่ผู้สูงอายุ แต่คนหนุ่มสาวก็มีโอกาสเหมือนกัน ช่วงวันหยุดส่งท้ายปีมีเวลาลองฝึกเผื่อช่วยได้ค่ะ

Log In or Sign Up to View

This Facebook post is no longer available. It may have been removed or the privacy settings of the post may have changed.

#วิธีจับเรอ "เพิ่งจะคลอดลูกได้ไม่นาน (แค่สามเดือนเศษๆ) เป็นคุณแม่มือใหม่ค่ะ อยากได้เทคนิคการช่วยลูกเรอหลังดื่มนม (ลูกกินนมแม่ค่ะ) และอยากรู้ด้วยว่าควรจะต้องทำบ่อยแค่ไหน และต้องทำทุกครั้งหรือเปล่า" หมอดีใจและภูมิใจกับคุณแม่ด้วยค่ะที่กำลังให้นมแม่อยู่ คุณแม่สมัยใหม่ให้นมแม่กันมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นแนวโน้มที่ดีมากๆ การให้นมแม่เป็นเรื่องที่อดทนมากๆในช่วงแรกๆ เนื่องจากความไม่เข้าใจในหลายๆเรื่อง แต่ถ้าผ่านไปได้ ก็จะมีความสุขกันทั้งครอบครัว เรื่องการจับเรอ หากลูกกินนมแม่จากเต้า คุณแม่บางท่านมีปัญหาว่า ลูกเรอยากมาก หรือ ถ้าเรอ ก็จะมีแหวะนมแถมออกมาด้วย หรือ ลูกกินนมจนผลอยหลับไปแล้ว พอแม่จับเรอ ก็ตื่นใหม่ ทำให้ต้องกินอีกรอบไม่จบไม่เสร็จเสียที วิธีแก้ คือ ให้ใช้วิธี กินไปจับเรอไป อย่ารอจนลูกกินอิ่มเต็มที่แล้วค่อยเรอครั้งเดียว เพราะลมที่สะสมอยู่ในท้องจะมีมากเกินไป ทำให้ลมออกมาได้ยากขึ้น หรือถ้าออกมาได้ แรงดันของลมจะมาก จนทำให้นำพาน้ำนมออกมาด้วย เช่น กินไปสักประมาณ 5 นาทีแล้วจับเรอ ขอแนะนำให้อุ้มขึ้นบ่าแล้วเดินรอบบ้าน รอจนเรอ การจับเรอแบบให้ลูกนั่งบนตักแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า แบบที่เรียกว่า นั่งเรอ ลมจะออกยากกว่า และลูกจะโวยวาย แต่ถ้าเป็นการพาเดินให้เรอ ลมจะออกง่ายเพราะมีการเคลื่อนไหว และลูกมักจะไม่โวยวาย เพราะ ชอบการถูกอุ้มแล้วเดินไปมา เมื่อมีลมออกมาแล้ว ก็กลับไปดูดนมต่อได้ แล้วจับเรอเป็นช่วงๆ เวลาที่มีจังหวะลูกหยุดดูด อาจมีการจับเรอสัก 3-4 ครั้ง จนกลับไปกินต่อครั้งสุดท้ายอีกนิดหน่อยจนลูกผลอยหลับไป แล้วไม่ต้องเอาออกมาจับเรออีกเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อไม่ให้ลูกตื่นขึ้นมาอีก ให้พาไปนอนได้เลย ทีนี้คุณแม่อาจมีปัญหาว่า ถ้าเอาลูกออกมาจับเรอโดยที่ยังไม่อิ่ม ลูกจะโวยวายร้องไห้มาก หากเป็นเช่นนี้ ให้คุณแม่ทดลองทำดูก่อน สัก10-20 ครั้ง เพราะบางคนอาจจะโวยวายในช่วงแรกที่ทดลอง แต่พอทำบ่อยๆก็เริ่มชิน แล้วก็ไม่ร้องไห้อีกต่อไป แต่ถ้ายังโวยวายตลอด การใช้วิธีกินไปจับเรอไปก็อาจไม่เหมาะกับลูก เพราะพ่อแม่จะเครียดเวลาเห็นลูกร้องไห้ ให้กลับมาใช้วิธีรอจับเรอตอนจบทีเดียว แต่ก็ต้องกะปริมาณไม่ให้กินมากเกินไปหรือดูดนานมากเกินไป แล้วลุ้นเอาว่า จะแหวะนมออกมาไหม ถ้าโชคดีไม่ออก แต่มีปัญหาว่าตื่นหลังจากเรอออกมาแล้ว ก็ต้องกลับไปดูดต่ออีกนิดหน่อยเพื่อให้หลับได้แล้วก็ไม่ต้องเรออีก หรือใช้วิธีกล่อมให้หลับโดยการอุ้มเดินหรือตบก้นต่อแทนที่จะให้ดูดอีก หากเป็นการดูดนมแม่จากขวด หมอแนะนำให้ใช้วิธี ป้อนทีละออนซ์แล้วหยุด พาอุ้มเดินจับเรอ แล้วค่อยมานั่งกินต่อทีละออนซ์จนกว่าจะหมด เพื่อให้นมหมดขวดช้าๆๆๆ อย่าจับขวดนมแนวตั้ง ให้ถือแบบราบๆกับพื้น ไม่ต้องกังวลเรื่องลมเข้าจากตรงจุกนม เพราะลมเข้าไปไม่มากอย่างที่กลัวกัน เนื่องจากหากจับขวดนมแนวตั้ง นมจะไหลเร็วมาก ทำให้ลูกติดความเร็ว เวลากลับมากินนมแม่จากเต้าจะหงุดหงิด ทำให้ไม่อยากดูดเต้าอีกต่อไป เด็กบางคนเรอยากจริงๆทั้งๆที่ทำถูกวิธีแล้ว หมอแนะนำให้ใช้ยาขับลมได้ค่ะ ถ้าเห็นว่าลูกร้องไห้มาก หรือมีอาการปวดท้อง งอแงค่อนข้างมาก เช่น แอร์เอ็กซ์ ไกร๊ปวอเตอร์ มหาหิงศ์ ส่วนใหญ่หลัง 4 เดือนเด็กมักเรอเองได้ ไม่ค่อยมีปัญหาปวดท้องแล้วค่ะ

ลูกอยู่ในครรภ์นาน 9 เดือน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในระยะ 3 เดือนแรกที่ลูกรักของเราจะร่ำร้องให้โอบอุ้ม ไม่ยอมให้แม่วางมือ เมื่ออยู่ในครรภ์ น้องได้รับสารอาหารแทบจะตลอดเวลาผ่านสายรก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทารกจะร่ำร้องขอดูดนมแม่แทบตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวนะคะ ลูกเราจะเปลี่ยนไปค่ะ เค้าจะปรับตัวกับโลกภายนอก จะปรับตัวกับกลางวันกลางคืน ปรับตัวกับอ้อมแขนของแม่ที่ยังอุ้มไม่ถนัด ปรับตัวกับสภาวะต่างๆ ที่ทำให้เค้าไม่สบายตัว (หนาว ร้อน เปียกแฉะ) อยากให้เพื่อนๆ สบายใจว่าระยะ 1 เดือนแรกที่รู้สึกเหนื่อยล้าและท้อแท้ ลูกยังไม่มีกลางวันกลางคืน ให้คุณแม่นอนพักพร้อมลูกค่ะ เรากำลังช่วยให้ลูกเราปรับตัว และให้น้ำนมที่เป็นอาหารที่เหมาะที่สุดสำหรับลูก ให้ลูกเติบใหญ่ตามธรรมชาติ ลองถามเพื่อนๆ ที่มีลูก 4-6 เดือน ว่าน้องกินนมบ่อยเหมือนเดิมไหม? เชื่อว่าเด็กทุกคนวอกแวกและสนใจสิ่งรอบข้างจนแทบไม่กินนมแม่ ช่างแตกต่างไปจากเมื่อ 3 เดือนแรกในชีวิตเสียจริง ดังนั้นค่อยๆ ดูไปทีละมื้อ ทีละวัน อย่าเพิ่งไปคิดถึงเดือนหน้า อาทิตย์หน้า หรือแม้แต่พรุ่งนี้ ลูกน้อยมักงอแงกับแม่ ไม่ใช่เพราะลูก"อยู่กับแม่แล้วเลี้ยงยาก" แต่เป็นเพราะว่าลูกรู้ว่าแม่เป็นแม่ค่ะ เห็นตุ่มๆ ที่ลานนมแม่ไหมคะ เหล่านั้นจะผลิตน้ำมันหอมระเหยที่รักษาความชุ่มชื้น น้ำมันนั้นมีกลิ่นเดียวกับกลิ่นน้ำคร่ำ ดังนั้นลูกจะได้กลิ่นของแม่และจะงอแงขอดูดนมแม่ เพราะลูกรู้ว่าแม่เป็นแม่นะคะ สู้ๆ อย่าท้อค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำได้หน้าที่ที่ใหญ่หลวงที่สุดในโลก ถ้าเราสามารถสร้างลูกและคลอดลูกคนนี้ได้ เราย่อมมีศักยภาพที่จะสร้างน้ำนมให้ลูกได้ (แต่ต้องปฏิบัติอย่างถูกวิธี) ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกครอบครัวค่ะ www.facebook.com/happybreastfeeding

#การฝึกลูกกินข้าวอย่างถูกวิธี เด็กบางคนเคยชอบกินผัก แต่อยู่ๆ ก็ปฏิเสธ ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับแม่ที่เตรียมอาหารที่ลูกชอบแล้วถูกปฏิเสธ จึงอดไม่ได้ที่จะคะยั้นคะยอ แต่ไม่ควรบังคับเขา เพราะจะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกต่อต้าน และจะไม่ยอมกลับมากินอีก วิธีแก้ คือ ควรลองเปลี่ยนชนิดอาหาร หรือผักชนิดใหม่ๆ เน้นให้มีสารอาหารครบ 5 หมู่ สักพัก แล้วค่อยกลับมาลองของเก่ากันใหม่ การเปลี่ยนแปลงความชอบในเรื่องอาหารยังเกิดขึ้นจากการที่เด็กวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง เริ่มจำว่าชอบกินอะไร ไม่กินชอบอะไร รวมทั้งปัญหาเรื่องฟันกรามที่กำลังจะขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กกินได้น้อยลง ความต้องการเปลี่ยนแปลงเกิดได้ตลอดเวลาแบบวันต่อวัน หรือ สัปดาห์ต่อสัปดาห์ เช่น วันนี้อยากกินน้ำมะเขือเทศ พรุ่งนี้อยากกินซุป ไม่สนใจน้ำมะเขือเทศอีกต่อไป เด็กหลายคนเบื่อข้าวต้ม อาจลองเปลี่ยนเป็นต้มมะกะโรนี หรือ จะไม่กินอาหารแป้งนานสัก 2-3 สัปดาห์ ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องอันตราย การที่เด็กไม่ยอมนั่งกินข้าว แต่ปีนเก้าอี้ไปมา ตักอาหารเล่นแต่ไม่ใส่ปาก คว่ำถ้วยน้ำ ทิ้งอาหารลงบนพื้น อาจแสดงว่าเด็กอิ่มแล้ว โดยที่อาจกินเข้าไปได้เพียงไม่กี่คำ แค่พอให้หายหิว วิธีแก้ คือ พ่อแม่ควรสอนว่าถ้าเขาทำแบบนี้ หมายถึงว่าต้องการยุติการกิน ให้เขาลงไปเล่นแล้วเก็บอาหารขึ้น ถ้าเขาร้องจะกินต่อ ลองให้โอกาสอีกครั้ง โดยไม่ต้องอารมณ์เสีย การยุติการกินเมื่อเขาไม่สนใจแล้วนั้น จะทำให้เขากินได้ดีขึ้นเวลาที่หิว ถ้าเด็กหิวระหว่างมื้ออาหาร ไม่จำเป็นหาของกินเล่นทดแทน แต่ให้เริ่มอาหารมื้อต่อไปเร็วขึ้น เด็กบางคนใช้ช้อนตักอาหารได้ตั้งแต่ก่อน 1 ขวบ แต่เด็กบางคนอาจทำได้ช้า ทั้งๆ ที่ 2 ขวบแล้ว อาจเกิดได้จากการที่พ่อแม่ช่วยเหลือเด็กมากเกินไป ความสามารถของเด็กจะทำได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เขาจะได้ฝึกฝน เด็กส่วนใหญ่อยากใช้ช้อนตั้งแต่อายุ 9 -12 เดือน และทำได้ดีตอน 15 เดือน เด็กที่มีโอกาสใช้นิ้วหยิบอาหารเข้าปากตั้งแต่ 9 เดือน มักใช้ช้อนได้เร็วขึ้น เด็กวัย 10-12 เดือน หลายคนพยายามแย่งช้อนจากคนป้อน ลองหาช้อนให้เขาอีกอัน แล้วไม่นานเขาจะตักอาหารเองได้ (ช่วงแรกแค่ถือได้ ก็ใช้ได้แล้ว) อย่าลืมปูกระดาษและใส่ผ้าพลาสติกกันเปื้อนก่อนจะได้ทำความสะอาดง่ายขึ้น เมื่อเด็กตักอาหารกินเองได้แล้ว ควรให้เขาได้ทำเอง ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องกังวลกับมารยาทบนโต๊ะอาหารสำหรับเด็กวัยนี้ เด็กจะเลียนแบบผู้ใหญ่ ครั้งแรกอาจทำเลอะ แต่เขาจะทำได้ชำนาญขึ้น สะอาดขึ้น ให้เขาหัดตักอาหารที่ยากขึ้นทีละน้อย เด็กจะรู้สึกว่าท้าทายที่ได้ลองทำ เวลาที่เด็กรู้สึกอยากเลียนแบบ คือช่วง 12-15 เดือน ควรใช้ช่วงนี้ให้เขาได้ทำเอง แต่หากผ่านโอกาสทองนี้ไปโดยที่เขาไม่ได้กินเอง ต่อไปเขาจะไม่ตื่นเต้นกับการได้ใช้ช้อนด้วยตัวเองอีกต่อไป อย่างไรก็ดี บรรยากาศการฝึก ควรเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่บังคับหรือเคร่งเครียด เพราะจะทำให้เกิดปัญหาการกินเพิ่มขึ้น