Prince Pechmont

8 Flips | 2 Magazines | 1 Follower | @prinpechmont | Keep up with Prince Pechmont on Flipboard, a place to see the stories, photos, and updates that matter to you. Flipboard creates a personalized magazine full of everything, from world news to life’s great moments. Download Flipboard for free and search for “Prince Pechmont”

รู้หรือไม่ ไม่ควรทานอาหารชนิดไหนร่วมกัน

มังคุดนึ่ง ช่วยรักษามะเร็ง มังคุดนึ่ง ช่วยรักษามะเร็ง,ปอด โรคถุงลมโป่งพอง ขจัดเสมหะในผู้เป็นโรคภูมิแพ้ สารสกัด “แซนโทน” จากเปลือกมังคุดรักษาเซลล์มะเร็ง ฆ่าเชื้อเอดส์ คุณสมบัติและประโยชน์ของมังคุด เมื่อนำไปนึ่งหรือต้มจะเท่ากับ BIM100 สูตรนี้นักเคมีอาหาร อาจารย์ สุวัฒน์ ทรัพยะประภา เป็นผู้วิจัยและให้นำไปรักษาคนเป็นมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง ช่วยขจัดเสมหะในคนที่เป็นภูมิแพ้ได้ดี ทำให้เสมหะน้อยลง วิธีทำ นำมังคุดไปนึ่ง 20 นาที หากไม่มีหม้อนึ่งใช้ต้มก็ได้ ทั้งนี้อาจารย์บอกว่านึ่งจะดีกว่า สารแซนโทนจากเปลือกมังคุด จะซึมเข้าไปในเนื้อมังคุดทำให้มีสรรพคุณทางยามากขึ้น เก็บไว้ในตู้เย็น นำมากินวันละผล กินเหมือนกินมังคุดตามปรกติ เพื่อป้องกันหรือรักษาโรคดังกล่าวข้างต้น อาจารย์ให้กินแค่วันละ 1 ผลเท่านั้น อย่ากินมากกว่านี้ เพราะมีคุณสมบัติเป็นยา เมื่อหายแล้วให้เลิกกิน BIM100 คือ Balancing Immunity หมายถึงการปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้อยู่ในสภาวะปกติ เมื่อ BIM100 แล้วก็สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้โดยคำนึงถึงคุณภาพชีิวิตที่ดีขึ้น ผู้ที่จะ BIM100 ได้มีทั้งคนปกติที่ต้องการดูแลบำรุงรักษาสุขภาพ และผู้ป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง ภูมิแพ้ ริดสีดวง เบาหวาน รูมาตอย ข้อเข่าอักเสบ แพ้ภูมิตัวเอง สะเก็ดเงิน ธาลัสซิเมีย เป็นต้น สารสกัด “แซนโทน” จากเปลือกมังคุดรักษาเซลล์มะเร็ง ฆ่าเชื้อเอดส์ จุฬาฯ เปิดผลวิจัยพบ “สารแซนโทน” จากเปลือกมังคุดช่วยต้านอนุมูลอิสระ การอักเสบ สมานแผล รักษาเซลล์มะเร็ง ฆ่าเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยา ฆ่าไวรัสเอชไอวี โรคผิวหนังอักเสบและสิว พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าก๊อซ ช่วยผู้ป่วยแผลไฟไหม้และติดเชื้อเคสแรกที่ รพ.นพรัตน์ วันที่ 16 มิถุนายน 2557 ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.พิชญ์ ศุภผล อาจารย์วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวเรื่อง “ผลิตภัณฑ์รักษาแผล ป้องกันเชื้อโรค ด้วยสารสกัดจากเปลือกมังคุด นวัตกรรมจากนักวิจัยจุฬาฯ” ว่า สารแซนโทน (Xanthone) มีสรรพคุณทางการแพทย์คือ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และสามารถสมานแผลรักษาเซลล์มะเร็ง และฆ่าเชื้อก่อโรคทางเดินระบบหายใจร้ายแรงได้ เช่น เชื้อวัณโรคชนิดดื้อยา เชื้อก่อโรคผิวหนังอักเสบและสิว และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อไวรัส เช่น HIV H5N1 เป็นต้น ซึ่งจากการวิจัยพบว่าเปลือกด้านในของมังคุด เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีพิเศษทางเคมีจะสกัดได้สารแซนโทนในปริมาณสูง โดยจะอยู่ในรูปแบบผง ซึ่งเก็บได้นานประมาณ 2 - 3 ปี ศ.ดร.พิชญ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะนำสารดังกล่าวมาปรับปรุงด้วยกระบวนการทางเคมี เพื่อให้มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อก่อโรคร้ายแรงที่เพิ่มขึ้น และทำการตรึงโมเลกุลของสารแซนโทนให้ติดบนผิววัสดุการแพทย์หลายชนิด เช่น หน้ากากอนามัย แผ่นก๊อซซับแผล พลาสเตอร์ยา น้ำยาทาแผล และแผ่นปิดสิว เป็นต้น ทั้งนี้ จุฬาฯ ได้ทำผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุด ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า สามารถใช้ได้จริงและมีวางจำหน่ายแล้วประมาณ 6 - 7 กลุ่ม รวมถึงพัฒนาทำเป็นแผ่นก๊อซปิดแผล สำหรับแผลที่มีขนาดค่อนข้างกว้างและใหญ่ ซึ่งนำไปใช้เป็นเคสแรกแล้วที่ รพ.นพรัตนราชธานี “สำหรับผู้ป่วยรายนี้มาด้วยอาการแผลไฟไหม้ และมีการเชื้อดื้อยาต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 3 เดือน ไม่สามารถกลับบ้านได้ แต่ภายหลังใช้แผ่นก๊อซสกัดจากเปลือกมังคุด 12 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ นับว่านอกจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันและฆ่าเชื้อไวรัส รวมถึงยับยั้งการติดเชื้อต่างๆ ได้แล้ว ผลิตภัณฑ์จากเปลือกมังคุดยังมีราคาถูกและไม่เกิดอาการแพ้ เนื่องจากมีการทดลองในผิวหนังของกระต่าย ที่สำคัญทุกกระบวนการทั้งการวิจัย ผลิต และพัฒนา เป็นฝีมือของคนไทย” ศ.ดร.พิชญ์ กล่าว ที่มา : ชีวอโรคยา

ทำไมถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรต้องมีเส้นนูนรอบถัง? เส้นที่เป็นสันนูนรอบตัวถังน้ำมันถูกออกแบบมาเพื่อให้ตัวถึงมีความแข็งแรง เพื่อจะได้เป็นจุดรับน้ำหนัก เนื่องจากถังมีความจุและมีน้ำหนักมาก ดังนั้นในการขนย้ายจึงจำเป็นจะต้องใช้วิธีการกลิ้งถัง หรือวางซ้อนทับกัน เส้นสันนูนรอบตัวถังจะเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นและรับน้ำหนักทั้งหมดของถังเอาไว้ ช่วยทำให้ตัวถังไม่บุบหรือเกิดความเสียหายในการขนย้ายได้ #ถังน้ำมัน #เส้นสันนูน #การขนส่ง #น้ำหนัก #ความรู้รอบตัว #รู้หรือไม่ #DidYouKnowCH3

วาซาบิส่วนใหญ่ที่คุณกินมาตลอด จริงๆแล้วมันคือ ...? หากคุณเป็นคนนึงที่ชอบรสชาติความฉุนของวาซาบิ อาจจะต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า วาซาบิส่วนใหญ่ที่เราทานนั้น จริงๆแล้วมันทำมาจากฮอร์สแรดิชผสมกับผงมัสตาร์ด แป้งและ สีผสมอาหาร ซึ่งจริงๆแล้วอาจไม่มีส่วนผสมของวาซาบิอยู่เลย แม้แต่วาซาบิที่ขายในประเทศญี่ปุ่นเอง เหตุผลก็เพราะว่า การปลูกวาซาบิไม่ใช่เรื่องง่าย วาซาบิแท้ๆจึงมีราคาค่อนข้างสูงและเป็นทีต้องการอย่างมาก ปัจจุบันจึงนิยมใช้ผงวาซาบิเทียมแทน วิธีสังเกตก็คือ ถ้าเป็นวาซาบิแท้ เวลากินจะรู้สึกว่ามีเศษเสี้ยนเล็กๆปนอยู่ แต่ถ้าเป็นของเทียมเนื้อมันจะเนียนกว่าเพราะมันมาจากผงที่ได้เอาไปละลายน้ำ และความแสบจะมาแล้วก็หายไปเร็วมาก :) รู้หรือไม่? เพื่อที่จะให้ได้ลิ้มรสความสดใหม่ของวาซาบิ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราจะต้องขูดวาซาบิก่อนเสิร์ฟอาหารทันที เพราะรสชาติฉุนจัดจ้านของมันจะคงอยู่แค่ประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าเราอาจจะไม่เคยได้ชิมรสชาติแท้ๆของวาซาบิจริงๆ !? :) ชมรายการคลิกได้ที่นี่ค่ะ: https://www.youtube.com/watch?v=mTB8HpuwbO4 ภาพ: Elzbieta Sekowska/photos.com #วาซาบิ #ฮอร์สแรดิช #ผงมัสตาร์ด #อาหารญี่ปุ่น #อาหาร #รู้หรือไม่ #DidYouKnow

มันคนละชั้นเฟร้ยย!!! ถ้าอยากให้หน้ามีรอยเล็บก็เข้ามาเล้ยยย!!!