จ้อย นรา

56 Flips | 1 Magazine | 2 Following | 2 Followers | @joibondzai | Keep up with จ้อย นรา on Flipboard, a place to see the stories, photos, and updates that matter to you. Flipboard creates a personalized magazine full of everything, from world news to life’s great moments. Download Flipboard for free and search for “จ้อย นรา”

ภาพสลักเรื่องพุทธประวัติสมัยทวารวดีที่ประดิษฐานอยู่ด้านหลังฐานชุกชีพระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม เล่าพุทธประวัติตอนแสดงยมกปาฏิหาริย์ไว้ด้านล่าง และตอนโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไว้ด้านบน ภาพพุทธประวัติตอนโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ น่าจะแสดงให้เห็นถึงร่องรอยความคิดของคนสมัยนั้นเกี่ยวกับความสูงศักดิ์ของพระพุทธเจ้ากับความมีพระคุณของพุทธมารดา ว่าอะไรควรสูงส่งกว่ากัน... ภาพสลักนี้แสดงถึงการต่อรองระหว่างความรู้สึกทั้งสอง จนออกมาในท่าทีประหนึ่งจะเสมอกัน ความสูงส่งของพระพุทธองค์แสดงออกมาโดยการประทับนั่งบนบัลลังก์สูง เหล่าเทวดาแวดล้อมอยู่ทั้งทางซ้ายและขวา แม้แต่พระพุทธมารดายังนั่งพับเพียบอยู่ทางเบื้องซ้ายในระดับที่ต่ำกว่าพระบาทของพระพุทธองค์ แต่อีกมิติหนึ่งก็แสดงถึงความที่พระพุทธมารดามีพระคุณล้นเหลือ เห็นจากพุทธมารดามิได้ประนมพระหัตถ์ขึ้นไหว้เฉกเช่นเหล่าเทวดา หากแต่วางมือเป็นอิสระอยู่บนตัก ในสังคมปัจจุบันเมื่อลูกชายอุปสมบทพ่อแม่ก็ก้มกราบผ้าเหลือง เป็นประเพณีปฏิบัติให้เห็นทั่วไป ไม่มีใครหาว่าไม่เหมาะสม ประหนึ่งว่าความเป็นพระสูงส่งเหนืออื่นใด แต่เชื่อได้ว่าหัวใจของพระลูกชายคงสั่นไหวอยู่เป็นแน่... น่าคิดว่าสังคมทวารวดีที่เพิ่งเริ่มรับพุทธศาสนา กุลบุตรพื้นเมืองเริ่มบวชเรียนกันได้ไม่นาน ความสั่นไหวของหัวใจเมื่อเห็นพ่อแม่ผู้มีพระคุณก้มลงกราบจะมีมากกว่าปัจจุบันเพียงใด... (หรือพ่อแม่จะถือว่าตนมีบุญคุณจนไม่ก้มกราบ ?) อนึ่ง... คัมภีร์ปฐมสมโพธิกถากล่าวว่าพระพุทธองค์ทรงระลึกถึงคุณของพระพุทธมารดา จึงประสงค์จะเทศนาโปรดพระนาง โดยเลือกสวรรค์ชั้นที่ 2 หรือสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นสถานที่แสดงพระธรรม เหตุผลที่ไม่ใช้แผ่นดินมนุษย์เป็นเพราะอุปมาดั่งลูกหนี้ควรที่จะไปหาเจ้าหนี้ เมื่อพุทธมารดาเป็นผู้มีพระคุณจึง เสมือนเป็นเจ้าหนี้ พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นไปหาบนสวรรค์ แต่ไม่ไปยังสวรรค์ชั้นดุสิตซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่สี่ อันเป็นที่ประทับของพระพุทธมารดา เพราะการที่พระพุทธมารดาจะเสด็จลงมาฟังพระธรรมเทศนาด้วยพระองค์เองย่อมได้ผลานิสงส์เป็นอย่างยิ่ง การเทศนาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จึงเสมือนเป็นการพบกันคนละครึ่งทางระหว่างองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระพุทธมารดา เพราะสวรรค์ชั้นนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างพื้นโลกมนุษย์กับสวรรค์ชั้นดุสิตพอดี สะท้อนให้เห็นทั้งการที่พระพุทธองค์ทรงระลึกถึงพระคุณของพระพุทธมารดาจึงเสด็จขึ้นไปหา แต่อีกด้านหนึ่งก็แสดงความสูงศักดิ์ของพระพุทธองค์ที่พุทธมารดาต้องเสด็จลงมา

จะสามารถอ่านหนังสือออก หรือจะสามารถแปลความนัยแฝงของประโยคต่างๆ ได้ ต้องเริ่มต้นจากการรู้จักรูปอักษร รู้จักพยัญชนะ รู้จักสละ ฉันใดก็ฉันนั้น การที่จะอ่านงานศิลปกรรมออก หรือจะแปลความนัยที่แฝงเร้นอยู่ ต้องเริ่มต้นจากการรู้รูปแบบและคติทั่วไป ไม่รู้ว่าอักษรที่อยู่ตรงหน้าเป็นตัวอะไร ภาษาอะไร ก็อ่านไม่ออกไปโดยปริยาย แล้วจะแปลความหมายแฝงได้หรือ? ฉันใดก็ฉันนั้น ไม่รู้ว่าศิลปกรรมตรงหน้าเป็นอะไร สมัยไหน แล้วจะแปลความหมายแฝงได้หรือ? นักประวัติศาสตร์ศิลปะที่ค้นคว้าเรื่องรูปแบบศิลปกรรมไทยมาอย่างยาวนานได้สรุปว่า เจดีย์เพิ่มมุม-ย่อมุม ปรากฏขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง มีตัวอย่างสำคัญเช่นเจดีย์ที่วัดภูเขาทอง สืบผ่านมายังสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีตัวอย่างสำคัญเช่นเจดีย์วัดไชยวัฒนาราม ความนิยมเจดีย์เพิ่มมุม-ย่อมุมมีต่อมายังสมัยรัตนโกสินทร์ รายละเอียดปลีกย่อยย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกาลสมัย ตัวอย่างสำคัญเช่น เจดีย์น้อยใหญ่ที่วัดโพธิ์ ในช่วงอยุธยาตอนกลาง-รัตนโกสินทร์ตอนต้นนี้ราชสำนักอยุธยาและรัตนโกสินทร์มีความสัมพันธ์กับราชสำนักกัมพูชา ซึ่งมีการย้ายเมืองหลวงไปหลายที่ ได้แก่ ละแวก อุดงค์ และพนมเปญ กษัตริย์กัมพูชาหลายพระองค์เคยเสด็จมาประทับอยู่ในกรุงศรีอยุธยา-กรุงรัตนโกสินทร์ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง ผันแปรไปตามเงื่อนไขของแต่ละช่วงเวลา สมเด็จพระศรีสุริโยพรรณเคยเสด็จมาประทับยังกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชยึดครองเมืองละแวกเป็นผลสำเร็จ เมื่อเสด็จกลับไปครองราชย์สมบัติย่อมนำเอาประเพณีต่างๆ ของอยุธยาไปไว้ยังกัมพูชาด้วย หนึ่งในนั้นเห็นได้จากเจดีย์ไตรตรึงษ์ซึ่งบรรจุพระบรมอัฐิของพระองค์เมื่อ พ.ศ. ๒๑๖๖ ซึ่งเทียบได้กับเจดีย์เพิ่มมุม-ย่อมุมศิลปะอยุธยาที่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ เช่น วัดภูเขาทอง วัดไชยวัฒนาราม เป็นต้น แม้ล่วงเลยสู่สมัยรัตนโกสินทร์ก็ยังเห็นว่ากษัตริย์ของกัมพูชาบางพระองค์เคยประทับอยู่ที่กรุงเทพมหานครมาก่อน อาทิ พระองค์เองซึ่งเข้ามาประทับในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือพระองค์ด้วงซึ่งเข้ามาประทับในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงไม่น่าแปลกใจว่าเมื่อทั้ง ๒ พระองค์เสด็จกลับไปครองราชย์สมบัติจะนำเอาประเพณีต่างๆ ของกรุงเทพกลับไปด้วย และแน่นอนว่าเจดีย์บรรจุพระบรมอัฐิของทั้ง ๒ พระองค์จะมีรูปแบบที่เทียบเคียงได้กับเจดีย์สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เช่น การใช้ฐานสิงห์ซ้อนชั้น การตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบ เทียบได้กับเจดีย์ที่วัดโพธิ์เป็นต้น ที่กล่าวถึงข้างต้นนับว่าเป็นหนึ่งในหลักฐานว่าสถานภาพความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับกัมพูชานั้นเป็นอย่างไร เปิดโอกาสให้คิดต่อยอด-แปลความ-ตั้งคำถามว่าทำไม-อย่างไร ตามอัธยาศัยไมตรีต่อไป (ปล. ๑ โพสต์นี้ค้นคว้าและต่อยอดจากผลงานของ ศ.เกียรติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม, ผศ. ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี และ ผศ. ดร.ศานติ ภักดีคำ ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้) (ปล. ๒ ภาพประกอบเจดีย์กัมพูชาอนุเคราะห์โดย ผศ. ดร.ศานติ ภักดีคำ) (ปล.๓ กระผมกับ ผศ. ดร.ศานติ ภักดีคำ กำลังช่วยกันค้นคว้าเรียบเรียงศิลปกรรมเขมรสมัยหลังเมืองพระนครอยู่ ใครสนใจอดใจรอสักครู่ ปีนี้ได้อ่านแน่ครับ)

โลหะปราสาท มหาวิหาร ประเทศศรีลังกา สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชกาลพระเจ้าทุฏฐคามนี เมื่อราว พ.ศ. ๔๐๐ กว่าๆ ผ่านการชำรุดทรุมโทรม รื้อทำลาย และเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ปัจจุบันเหลือแต่เพียงแนวเสาเป็นอนุสรณ์ คัมภีร์มหาวงศ์บันทึกถึงโลหะปราสาทที่สร้างขึ้นครั้งแรกนี้ว่า เป็นอาคารซ้อนลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปถึง ๙ ชั้น ยอดมุงด้วยโลหะ จึงเป็นที่มาของชื่อโลหะปราสาท โลหะปราสาทสร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงอุโบสถของวัดมหาวิหาร อีกทั้งที่ผนังทั้ง ๔ ด้านของแต่ละชั้นยังกั้นเป็นห้องเล็กๆ ให้สงฆ์พักอาศัยได้ ดังนั้นจึงเป็นทั้งอุโบสถและกุฏิไปพร้อมๆกัน ต่างออกไปจากวัฒนธรรมไทยอย่างชัดเจน ทำไมโลหะปราสาทจึงเป็นทั้งอุโบสถและกุฏิสงฆ์ไปพร้อมกันได้... คงต้องย้อนกลับไปพิจารณาข้อความในพระวินัยปิฎก อุโบสถขันธกะ จะเห็นได้ว่าที่มาของการสร้างอุโบสถสัมพันธ์โดยตรงกับสีมา (แปลว่าเขต) ซึ่งพระพุทธองค์ให้สงฆ์ที่อาศัยอยู่ด้วยกันกำหนดขอบเขตของสีมาขึ้น ภายในสีมาต้องสมมติอาคาร(หรือพื้นที่)ให้เป็นอุโบสถ ๑ แห่ง สงฆ์ในสีมาเดียวกันต้องทำสังฆกรรมอย่างพร้อมเพรียงในอุโบสถ ดั้งเดิมแต่ครั้งพุทธกาลน่าจะเป็นดังนี้... ตามปกติของสงฆ์จะอยู่ตามกุฏิ ถ้ำ โคนต้นไม้ ฯลฯ กระจัดกระจายกันไป ใกล้บ้าง ไกลบ้าง ขอบเขตสีมาต้องครอบคลุมสงฆ์ทุกหมู่ (เห็นได้จากการอนุญาตให้สีมากว้างสุดถึง ๓ โยชน์) เพื่อเป็นการบังคับให้สงฆ์ทุกรูปมายังอุโบสถเพื่อทำสังฆกรรมด้วยกัน... โลหะปราสาทเป็นที่อยู่ของสงฆ์จำนวนมาก เมื่อสงฆ์จำนวนมากอาศัยอยู่ในอาคารนี้จึงกำหนดสีมาล้อมรอบอาคารเสียเลย และสมมติอาคารนี้เป็นอุโบสถด้วย พระทุกรูปที่อาศัยอยู่ในโลหะปราสาทต้องมาทำสังฆกรรมร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ (กล่าวได้ง่ายๆว่า สงฆ์อยู่ไหนก็ให้กำหนดสีมาคลุมไว้) โลหะปราสาท วัดมหาวิหาร จึงเป็นทั้งกุฏิและอุโบสถไปในคราวเดียวกัน ไม่ผิดพระวินัย แถมยังตรงกับวัตถุประสงค์ของพระพุทธองค์ด้วย ถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า เขตสีมาของไทยที่ล้อมรอบเฉพาะอุโบสถเท่านั้นห่างออกจากพระวินัยปิฎกอย่างมาก เพราะกลายเป็นว่าไม่มีสงฆ์สักรูปเดียวอาศัยอยู่ในสีมา (ปกติวัดไหนมีพระจำวัตรในโบสถ์???) และทำให้เข้าใจได้ว่าทำไม ร.๔ ผู้ก่อตั้งธรรมยุติกนิกายจึงกำหนดมหาสีมาล้อมวัด ก็เพราะจะล้อมกุฏิสงฆ์ไปด้วยนั่นเอง (กล่าวได้ง่ายๆว่า สงฆ์อยู่ไหนก็ให้กำหนดสีมาคลุมไว้)

Artist: Pierre-Auguste Renoir (1841-1919) The Theater Box (1874) Oil on canvas, 80 cm × 63,5 cm Courtauld Gallery, London Posted by Nicoletta

Top Ten Films That Should Have Been Good, But Weren't

Image Via<p>We all know the feeling. We see a great trailer and get ourselves all amped up for a movie. We wait months until it comes out, we rush out …

Leonid Afremov Posted by Lara

Photo: @edkashi | Colorful houses hide the poverty of a community on the hills above #portauprince #haiti @viiphoto @talking_eyes #documentary @newyorkerphoto

Artist : Viktor Shelleg Posted by Humam

Artist: Edvard Munch (1863-1944) The Scream (1893) Oil, tempera, and pastel on cardboard, 91 cm × 73,5 cm National Gallery, Oslo, Norway Posted by Nicoletta

Artist: Claude Monet (1840-1926) Argenteuil (1874) National Gallery of Art, Washington D.C. Posted by Nicoletta

Artist: Paul Klee (1879-1940) Ad Parnassum (1932) Oil colours, stamped lines, dots stamped in white colour and later repainted, on casein paint on canvas on stretcher frame Kunstmuseum Bern, Bern Posted by Nicoletta

เคียงเรียม - ไพรวัลย์ ลูกเพชร

แสนแสบ -ภาพยนตร์ แผลเก่า

Anguillara Sabazia (ROMA)

Joi Nara

Yong Worawoot

The Books You Need to Read If You Love Game of Thrones

Tonight's <b>Game of Thrones</b> episode is going to be show's best season finale ever, according to its producers. After "The Children" airs on HBO, the show will have covered book three <b>A Storm of Swords</b>, as well as parts of books four (<b>A Feast For Crows</b>) and five (<b>A Dance With Dragons</b>), of the A Song of …

The Leftovers

• <b>Author:</b> Tom Perrotta<p>A <i>New York Times</i> Notable Book for 2011<br>A <i>Washington Post</i> Notable Fiction Book for 2011<br>A <i>USA Today</i> 10 Books We Loved Reading in 2011 Title<br>One of NPR's 10 Best Novels of 2011<p>What if—whoosh, right now, with no explanation—a number of us simply vanished? Would some of us collapse? Would …

Artist: Édouard Manet (1832-1883) The Railway (1872) Posted by Nicoletta

นิวัต พุทธประสาท

Joi Nara

I’m Not Bossy, I’m the Boss

“I wanna be a real, full woman,” Sinéad O’Connor sings on “How About I Be Me,” whose title references her previous album, 2012’s <i>How About I Be Me</i> …

Love Songs

20 Hottest Horror Movies

Rear Window (1954)<p><b>The Temperature’s Rising:</b> Being confined to a wheelchair with a broken leg during a heatwave is a pretty miserable situation, …

Joi Nara

#ArtistoftheDay Madison Bloch http://goo.gl/lYTgAA

“When I know your soul, I will paint your eyes.” –Amedeo Modigliani

Log In or Sign Up to View

This Facebook post is no longer available. It may have been removed or the privacy settings of the post may have changed.